สถานที่สำคัญ:
1 :
[2] :
3 :
4 :
5 :
6

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว
เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง
เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ
วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่
1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก
สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์
ปราสาทนครวัดจำลอง ฯลฯ
ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ
และเหรียญกษาปณ์
ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือก่อนถึง ทางเข้าพระราชวังส่วนใน
จัดแสดงเหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสำนักฝ่ายใน
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 225-0968
พระบรมมหาราชวังเปิดให
้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม
(สำหรับชาวต่างประเทศเสียค่าเข้าชม 200บาท ซึ่งรวมบัตรเข้าชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศ
และเหรียญกษาปณ์ ค่าเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 222-0094, 222-2208, 222-6889 และ 224-3273
สนามหลวง
หรือ ทุ่งพระเมรุ
เป็นลานโล่งอยู่ใกล้กับกำแพงพระราชวังหลวง และติดกับกำแพงวังหน้าด้านทิศตะวันออก
เมื่อแรกสร้างกรุงเทพฯ บริเวณนี้เป็นที่ทำนาของประชาชน และยังใช้เป็นที่ตั้งพระเมรุเผาศพของเจ้านาย
จึงเรียกกันติดปากกันว่า ทุ่งพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่านามนี้ไม่เป็นมงคล
จึงโปรดเกล้าฯ ให้เรียกใหม่ว่า ท้องสนามหลวง และยกเลิกการทำนาในบริเวณนี้
สืบมาจนในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้รื้อกำแพงป้อมปราการของวังหน้าด้านทิศตะวันออกลง และขยายพื้นที่สนามหลวงให้กว้างดังเช่นปัจจุบัน
สนามหลวงมีเนื้อที่ 78 ไร่ ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน
พระราชวงศ์ และเจ้านายชั้นสูง รวมทั้งเป็นที่ประกอบพระราชพิธีการกีฬา
ทั้งยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นมะขามไว้โดยรอบสนามหลวง จำนวน 365
ต้นอีกด้วย
ศาลหลักเมือง
ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อจะสร้างบ้านเมืองต้องมีการฝังเสา
หลักเมือง ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาติไทย รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้จัดการพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21
เมษายน พ.ศ. 2325 บรรจุดวงชะตาของกรุงเทพฯ ไว้ภายใน เสาหลักเมืองเดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์
เส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร สูง 27 เซนติเมตร แต่สร้างใหม่ในรัชกาลที่
4 แทนของเดิมที่ชำรุด เป็นไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง
70 นิ้ว ตั้งอยู่ภายในอาคารยอดปรางค์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในศาลหลักเมืองยังมีเทวรูปสำคัญ
คือ เทพารักษ์ เจ้าพ่อหอกลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์
และพระกาฬไชยศรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร
เดิมสถานที่นี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทที่โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง มีพระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน
พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม
เรียกว่า มิวเซี่ยม แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ
ซึ่งบางส่วน กลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์
วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจนอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส
ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับ โรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า
วัดพระแก้ววังหน้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่าง
ๆ มากมาย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย และชาติเพื่อนบ้าน เปิดให้เข้าชมทุกวัน
เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม
ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 224-1333 และ 224-1404
อนุสาวรีย์ทหารอาสา
ตั้งอยู่ ณ มุมสนามหลวงด้านเหนือ เป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิ
ยุโรป เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2457
ประเทศไทยได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศสงครามกับเยอรมัน และได้ส่งทหารอาสาไปในสมรภูมิในยุโรป
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461 ได้เดินทางกลับ เมื่อวันที่ 21
กันยายน พ.ศ. 2462 และได้นำอัฐิทหารอาสาที่เสียชีวิตมาบรรจุ ณ อนุสาวรีย์นี้
เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2462
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อยู่ที่ถนนราชดำเนิน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็น
ระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24
มิถุนายน พ.ศ. 2475 อนุสาวรีย์นี้ออกแบบโดยศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี
เริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 มีพิธีเปิด
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ตรงกลางประดิษฐานพานรัฐธรรมนูญ
มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เดิมชื่อว่า
วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทโปรดให้สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า
วัดนิพพานาราม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระศรีสรรเพชญ์ เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ
เสด็จสวรรคตแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า
วัดมหาธาตุ ส่วนคำว่า ยุวราชรังสฤษดิ์ มาเติมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังจากทรงปฏิสังขรณ์แล้ว
วัดนี้มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
<< previous | next >>
ขอบคุณhttp://www.tat.or.th
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เอื้อเฟื้อ ข้อมูลและรูปภาพที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯ
|