www bangkokcity.com

หน้าแรก | News | เพลงออนไลน์ | FreeBoard | Photo Album | Clip VDO |  เก็บ URL เว็บ bangkokcity.com ไว้ใน บราวเซอร์ AddFavorite | | Login | Mail |
Quick Menu:
พื้นที่โฆษณาว่าง สนใจ Click!! พื้นที่โฆษณาว่าง สนใจ Click!!
Artofcolour  :
What is Colour ?
เรื่องจากปก

 กลุ่มสีของดอกไม้

มองมุมกว้าง

คอนเสิร์ตนอกกับวรรณกรรมนอก
:: อนันต์ ลือประดิษฐ์

Dark Side of the CD
:: อนันต์ ลือประดิษฐ์

 ยูบีซี (อีกแล้วครับท่าน)
:: หางนกหูง

 โลกใบใหม่ของเจ้าตัวเล็ก
และ "
ความจริง "
:: ประจวบ วังใจ

1 เสียง ของOhno

 ตอน "Bring it all back to you"

นึกจะเขียน
ดอกไม้ไม่หอม
ภาพเด็ดภาพเด่น : Mail Forward

เก็บตกภาพล้อดารา

เก็บตกเรื่องสั้นชวนหัว

เรื่องราวรายทาง
เมื่อสายลมพัดหวน
เก็บเวลา 1 วัน   
ช่อดอกไม้แห่งความฝัน
 
    คนดนตรี


Dark Side of the CD เหตุปัจจัยนั้นอยู่ที่ 'คน'

 โดย : อนันต์ ลือประดิษฐ์
  gamdang@hotmail.com

  ICQ no.65188243

         ในฐานะคนชอบฟังเพลงสากล ผมได้ยินปัญหาเรื่องความนิยมแผ่นซีดีนำเข้ามาโดยตลอด และพบว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่กำลังลุกลามและเรื้อรังอย่างไรชอบกลในหมู่คนฟังเพลงสากลตัวจริงทั้งหลาย

ทั้งที่ดนตรีหลายอัลบั้มที่ขายดีนั้น แผ่นซีดีซึ่งผลิตในประเทศก็พอมีให้เลือกหา แต่กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร บางรายถึงขนาดรอคอยแผ่นจากต่างประเทศด้วยซ้ำ โดยเฉพาะแผ่นจากสหรัฐอเมริกาจะได้รับความนิยมมากที่สุด

เหตุผลที่น่ารับฟังก็คือ แผ่นซีดีที่ผลิตในประเทศมีคุณภาพด้อยกว่ามาก ทั้งเสียงดนตรี (Sound Reproduction) ที่มาจากตัวแผ่น และการพิมพ์ปกหน้า-หลัง ไม่ว่าจะเป็นความคมชัด ความเรียบร้อยของการตัด-พับ และคุณภาพของกระดาษดูจะด้อยไปเสียทั้งหมด ทั้งที่ขายราคา 500 บาทเท่ากัน

เรื่องคุณภาพการพิมพ์ปก เป็นเรื่องที่ค่ายเพลงสากลทั้งหลายในบ้านเราเห็นจะต้องรับผิดกันโดยทั่วหน้า เพราะร้อยละ 90 ของการพิมพ์ทั้งหมดนั้น บอกได้ว่า "เลวกว่า" แผ่นนำเข้าจริงอย่างเห็นเด่นชัด ถึงจะเป็นแผ่นนำเข้าจากฮ่องกงก็เถอะ กลับมีคุณภาพการพิมพ์ดีกว่ากันอย่างลิบลับ ทั้งที่โรงพิมพ์ในเมืองไทยมีมาตรฐานดีขนาดนั้นอยู่มากมาย

แต่เรื่องที่ทำใจได้ยากกว่าก็คือ คุณภาพเสียงของแผ่นซีดีที่ผลิตในเมืองไทย มีสภาพ "เลวร้าย" จริงๆ แม้จะเลวไม่ถึงร้อยละ 90 ก็ตาม ซึ่งหากพิจารณาด้วยตรรกะของเทคโนโลยี เรื่องนี้ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะโรงงานปั๊มซีดีที่ค่ายเพลงส่วนใหญ่ใช้งานนั้น คือ MPO ซึ่งมาจากฝรั่งเศส มีการควบคุมคุณภาพในเกณฑ์ดีทีเดียว

นอกจากนี้ ด้วยเหตุผลของการผลิตซ้ำในฟอร์แมทของ "ดิจิทัล" ที่มีเพียงเลข 0 และ 1 ไม่น่าจะมีการสูญเสียข้อมูลมากมายนัก เช่นเดียวกับเหตุผลการเกิดขึ้นของ MP3 ซึ่งกระทำในนาม "ดิจิทัล" เช่นกัน แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่ผมได้รับมาใหม่นั้น กลับยืนยันความเลวร้ายของซีดีเพลงสากลที่ผลิตในประเทศไทยยิ่งขึ้น

เรื่องของเรื่องก็คือ ผมเพิ่งได้พบกับ วู้ดดี้-ศราวุธ พรพิทักษ์สุข ชาวไทยคนแรกๆ ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่จากสถาบันนาราส ในฐานะ มาสเตอริง เอนจิเนียร์ จากสาขาอัลบั้มประวัติศาสตร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลงานที่ได้รับแกรมมี่ของเขาก็คือการทำรีมาสเตอร์ผลงานเก่าของหลุยส์ อาร์มสตรอง ในนาม ฮ้อทไฟว์และฮ้อทเซเว่น ผลิตออกเป็นซีดีบ็อกเซท 4 แผ่น (น่าเสียดายว่า โซนี่ มิวสิค บ้านเราไม่ได้สั่งเข้ามาขาย ทั้งด้วยเหตุผลของ 100 ปีหลุยส์ หรือผลงานของคนไทยที่ได้รับแกรมมี่ก็ตาม รายละเอียดเรื่องนี้จะกล่าวถึงอีกครั้งในหน้าดนตรี)

วู้ดดี้ เล่าว่า งานประจำที่โซนี่ มิวสิค นิวยอร์ก ของเขานั้น ส่วนหนึ่งเขาดูแลมาสเตอร์เพลงในห้องสมุด ซึ่งเมื่อมีการนำผลงานชุดไหนออกมาผลิตซ้ำอีกครั้ง (reissue) จะโดยโซนี่สาขาใดในโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือเอเชีย เขาจะเป็นคนสำเนามาสเตอร์ที่สอง ซึ่งเรียกว่า Second Generation ส่งไปให้

พูดง่ายๆ ว่า โรงงานปั๊มซีดีจะได้รับมาสเตอร์ที่เป็น second generation เหมือนกัน ซึ่งเท่ากับว่าคุณภาพของเสียงที่ได้น่าจะเหมือนกันด้วย

อย่างไรก็ตาม วู้ดดี้ ในฐานะวิศวกรเสียง เขายอมรับว่าไม่เคยมีโรงงานปั๊มซีดีที่มีลักษณะอุดมคติดำรงอยู่บนโลกนี้ เพราะแม้กระทั่งโรงงานในสหรัฐอเมริกาก็ไม่สามารถผลิตซีดีที่มีคุณภาพเสียงทัดเทียมมาสเตอร์ที่สองได้เลย (ด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องควบคุม ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงมาสเตอร์ดั้งเดิม) ทั้งนี้ จุดที่วูดดี้เน้นย้ำก็คือ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่การทำงานของโรงงานซีดีควรมุ่งให้ใกล้เคียงสภาพอุดมคติให้ได้มากที่สุด หรือใกล้เคียงมาสเตอร์ที่สองที่ซาวด์เอนจิเนียร์ส่งไปให้นั่นเอง

เหตุผลของเรื่องนี้ก็คือ นี่คือดนตรี นี่คือแบบจำลองของงานศิลปะ มิใช่สินค้าประเภทอื่น

เมื่อผมแลกเปลี่ยนให้วู้ดดี้ฟังถึงความนิยมแผ่นนำเข้าของคอเพลงสากลในบ้านเรา เล่าถึงความเลวร้ายของซีดีที่ผลิตในประเทศไทย รวมไปถึงการรับรู้ว่าบ่อยครั้งที่ค่ายเพลงสากลในบ้านเรา มักง่ายถึงขนาดเอาแผ่นซีดีด้วยกันเองมาเป็นมาสเตอร์เพื่อผลิตอัลบั้มสักชุดหนึ่งนั้น วิศวกรเสียงชาวไทยผู้ได้รับรางวัลแกรมมี่คนนี้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเศร้าใจ

การสนทนากับวูดดี้ ทำให้ผมตาสว่างในหลายเรื่อง ทำให้ผมค้นพบที่มาของความหายนะที่กำลังจะมาเยือนวงการเพลงสากลในบ้านเราในเร็ววันนี้ (นอกเหนือจากเรื่องซีดีเถื่อนและเอ็มพี 3 ที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว) เพราะสิ่งที่ค่ายเพลงสากลกำลังทำอยู่นั้น คือความมักง่ายเอาแต่สบาย และทำลายคนฟังคุณภาพให้ตกไปอยู่ชายขอบ เพื่อคนเหล่านี้ต้องไปเสาะหาอัลบั้มดนตรีดีๆ ที่มีคุณภาพแต่เพียงลำพัง

อย่าลืมว่า หากการผลิตซีดีทุกแผ่นในโลกเริ่มต้นที่มาสเตอร์ระดับ second generation แผ่นซีดีที่ผลิตในประเทศไทยก็สามารถมุ่งหน้าสู่สถานะอุดมคติได้เช่นเดียวกัน เพราะคุณภาพงานพิมพ์เราไม่ด้อยไปกว่าใครในเอเชีย ขณะที่คุณภาพการผลิตซีดี ก็ล้วนเป็นเทคโนโลยีนำเข้าตั้งแต่เครื่องจักร ยันโพลีคาร์บอเนต

เหลือแต่เพียง "คน" เท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดว่า เราจะเลือกอะไร ระหว่างความดีงามหรือความเลวร้าย ซึ่งที่ผ่านมา คุณภาพของแผ่นซีดีเพลงสากลที่ผลิตในประเทศไทย ก็ได้สร้างภาพลักษณ์ซึ่งไม่มีวันจะสร้างความภักดีในตัวสินค้า หรือ loyalty ให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภคดนตรีได้อย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้ เพราะ "คน" มากกว่าอะไรอื่น.

                                 
เกมส์ | News |สภากาแฟ | Web Directory |Web Collection | ติดต่อลงโฆษณา
FreeBoard | HOME VIDEO |เพลงออนไลน์ |เฮฮาคาเฟ่ | เกมออนไลน์ |Spy Diary |สภาโต้วาที|Snoop Album| 94 users online
Web contact : webmaster^0^
©Copyright 2008: Bangkokcity.com : All Rights Reserved