www bangkokcity.com

หน้าแรก | News | เพลงออนไลน์ | FreeBoard | Photo Album | Clip VDO |  เก็บ URL เว็บ bangkokcity.com ไว้ใน บราวเซอร์ AddFavorite | | Login | Mail |
Quick Menu:
พื้นที่โฆษณาว่าง สนใจ Click!! พื้นที่โฆษณาว่าง สนใจ Click!!
| Bangkokcity Tour Home
:: Bangkokcity::
ประวัติกรุงเทพ
ผู้ว่าฯกทม.
สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่สำคัญ
สวนสัตว์และสวนสนุก
สนามกีฬา
ย่านจำหน่ายสินค้า
สถานที่จัดการแสดงงาน
ห้องสมุด

:: เกร็ดความรู้ ::
เทคนิคท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล
เทคนิคการเที่ยววันเสาร์ - อาทิตย์
เทคนิคการวางโปรแกรมการเที่ยว
เทคนิคการเที่ยวป่า
เทคนิคการเที่ยวทะเล
เทคนิคการเตรียมรถยนต์ก่อนการเดินทาง

:: ท่องเที่ยวทั่วไทย ::
ขึ้นเขาค้อกับฉ่ำจิต
ขึ้นดอยขุนตานกับฉ่ำจิต เที่ยวเมืองเพชรกับฉ่ำจิต

:: Gallery รูปเมืองไทย ::
จังหวัดเพชรบูรณ์

:: ท่องเที่ยวต่างแดน ::
เนปาล สราญใจ

เนปาล สราญใจ

วันที่สี่

ตื่นตีห้าครับ เราเดินออกจากโรงแรม ประมาณ หกโมงเช้า เพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิว ที่เรียกว่า ซารางก๊อต (Sarangkot ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาทีจากโรงแรม ถึงยอดเขา ต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 100เมตร เพื่อจะขึ้นไปยังจุดชมวิว ที่นี่คงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดีที่สุดกระมัง คนถึงได้แน่นขนัดเช่นนี้ เจอคนไทยหลายคน อากาศหนาวเย็นมากๆผมตั้งข้อสังเกตนะครับว่า ทุกคนใส่เสื้อผ้าซะหนาเตอะ ทั้งหมวกทั้งถุงมือ แต่ไม่ยักกะปิดหน้าแสดงว่าหน้าด้าน….. เทือกเขาหิมาลัยที่อยู่เบื้องหน้านั้นชื่อ Annapurna ซึ่งมีความสูงกว่า 6,900 เมตร และยอดเขาที่สวยที่สุดชื่อ Fish tail แปลว่า หางปลานั่นแหละครับ

หลายคนเป็นช่างถ่ายรูป ก็จัดแจงหาจุดที่คิดว่าตัวเองจะได้ภาพที่สวยงามที่สุด บ้างก็ถือถ้วยชา เนปาลีจิบชาไปพลางๆ ระหว่างที่รอการเยือนของแสงแรกแห่งวันใหม่


เทือกเขาสีทองจาก วิว Sarangkot


หนาวมาก
สักพัก ณ ยอดเขาที่สูงที่สุดก็กลายเป็นสีทอง อาทิตย์ดวงกลมโตโผล่ขึ้นมาจาก ขอบฟ้า ชาวฮินดูบางคนสวดมนต์เพื่อของพรจากพระเจ้าให้อวยพรเขาและครอบครัว ในวันใหม่ ตอนนี้ภูเขาทั้งลูกเปลี่ยนเป็น สีทอง ทุกคนต่างถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็ไปโผล่ในกล้องของคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่นี่จะมีคุณลุงชราผู้เป็นเจ้าของ กล้องส่องทางไกลแบบหมุนได้รอบทิศทาง สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ชัดเจนมากขึ้น

เมื่อถ่ายรูปได้สมใจแล้ว ก็ลงมานั่งดื่มชาร้อน รสชาติ ดีๆ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆช่างเป็นบรรยากาศที่สุขใจจริงๆครับ ระหว่างทางลงไปสู่ลานจอดรถก็มีร้านค้า ของที่ระลึก ผมเห็นบางร้านขาย ฟอสซิล หอย บอกว่าอายุเป็นล้านๆปี ผมว่าเป็นของจริงหรือเปล่า เขาบอกว่า เป็นของจริงที่เอามาจากบนเขาหิมาลัย โห หอยบนเขา หรือว่าเทือกเขาเคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน หรือเหตุการณ์น้ำท่วมโลกจะเป็นจริง? น่าสนใจ

เดินทางกลับมาที่โรงแรม ก็ต้องรีบเก็บของครับเพราะว่าต้องเดินทางไปสนามบินเพื่อนั่งเครื่องกลับกาฎมัณฑุ คราวนี้ผมขอให้พนักงานโรงแรมช่วยเช็คให้ก่อนครับว่า เครื่องออกได้มั้ย เพราะขี้เกียจไปรอที่สนามบิน และได้รับคำตอบว่าให้ไปได้ที่สนามบินได้เลย เครื่องบินรออยู่แล้ว พอถึงที่สนามบิน เข้าไปเช็คอิน เจ้าหน้าที่บอกว่ายังเช็คอินไม่ได้เพราะว่าท้องฟ้าที่สนามบินกาฎมัณฑุไม่เปิด (ท้องฟ้าก็มีเปิดมีปิดด้วย…โอ โลกมนุษย์) ถึงอากาศทางนี้จะดียังไงแต่ทางโน้นไม่ดีก็ไปไม่ได้ เพราะว่าเครื่องบินเครื่องเล็กต้องให้ความระมัดระวังสูงในการบิน เขาก็แนะนำให้พวกเราที่รอการเช็คอินประมาณร้อยคนเห็นจะได้ไปอาบแดดอยู่ชั้นดาดฟ้าของอาคาร พอขึ้นไปชั้นบน ที่นี่มีร้านอาหารขายเครื่องดื่มของขบเคี้ยว ผมจึงสั่งชาร้อนไปนั่งทานข้างนอก เทือกเขาหิมาลัยยังอวดโฉมสวยงามเหมือนเดิม แสงแดดอุ่นๆ ลมหนาวพัดโชย หนุ่มฝรั่งพร้อมกับกีตาร์ ตัวโปรด เล่นดนตรีกล่อมพวกเรา ก็เพลินไปอีกแบบ ทุกอย่างช่างลงตัวดี ได้นั่งดูดดื่มกับบรรยากาศช่วงสายๆโภครา ซึ่งผมพลาดไปเมื่อวานนี้ แต่หลายคนนั่งเหมือนหมดหวังและก็เบื่อๆ เพราะว่าถ้าบินไม่ได้ต้องนั่งรถไปกาฎมัณฑุอีกหลายเพลา

สักพักใหญ่ (พักใหญ่มากประมาณ สามชั่วโมงเห็นจะได้) ได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวก นึกว่าเกิดม๊อบที่สนามบิน ไม่ใช่ครับ เขาเรียกให้เรา ไปเช็คอิน บอกว่าท้องฟ้าเปิดแล้ว รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของ ผู้คนที่นั่งรอจนรากงอก ผมลงไปเช็คอินและเข้าไปรอที่ห้องผู้โดยสารขาออก ที่นี่ไม่พลุกพล่านเท่าเมืองหลวงครับ หลังจากฟ้าเปิดเท่านั้นแหละครับ เครื่องบินไม่รู้มาจากไหน ทุกทั่วสารทิศ ผู้คนเริ่มมีความอุ่นใจที่จะได้ไปสักที เพราะรอนานแล้ว

เครื่องบินออกจากโภครา ผมเลือกนั่งฝั่งที่สามารถเห็นวิวเทือกเขาหิมาลัย เครื่องบิน และก็สมใจครับ เทือกเขาหิมาลัยสุดลูกหูลูกตา สีขาวของน้ำแข็งที่เกาะตลอดทั้งปี สลับกับสีเทาของหน้าผาชัน ราวกับ ภาพวาดที่ศิลปินเอกได้วาดไว้ ผมรู้สึกขอบคุณ ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสได้เห็น ได้ชม สิ่งที่ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์เช่นนี้


view from the top
ผมถึงสนามบิน ภายในประเทศที่กาฎมัณฑุ โอโห นึกว่า ค่ายผู้อพยพ ความรู้สึกเหมือนเขมรอพยพก็ไม่ปาน เพราะว่า สนามบินถูกล้อมไปด้วยลวดหนามพื้นที่ที่กำลังปรับปรุงทำให้ทุกอย่างดูยุ่งเหยิง และทำอะไรไม่ถูก เหมือนกัน

เดินทางเข้าที่พัก เก็บเข้าเก็บของเข้าที่พัก ที่เดิมครับ ทานข้าวเรียบร้อยแล้วก็สะพายเป้คู่ใจออกเดินเที่ยวชมตามบ้านเมือง ถ่ายรูปและพูดคุยกับชาวบ้าน สังคมของชาวเนปาลยังมีการแบ่งชนชั้นวรรณะกันอยู่ ไม่คิดว่าสิ่งที่เราเคยเรียนมานั้น พี่งจะมาเห็นวันนี้นี่เองครับ ว่ามันค่อนข้างจะแบ่งกันชัดเจน คนจนก็จนมาก คนรวยก็ดูแตกต่างไปเลยครับ เลยนึกภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยและเป็นคนไทยที่อยู่ภายใต้พระบารมีของพระมหากษัตริ์ ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถ และธำรงซึ่งคุณธรรม และ ประเทศไทยทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกัน

เย็นวันนี้ผมเดินจนเมื่อย เพราะว่าอยากตักตวงประสบการณ์ ให้ได้มากที่สุด เพราะว่าวันนี้วันสุดท้ายใน เนปาลแล้ว

เนปาลช่วงเย็น บรรยากาศเหงาๆ ครับ ผู้คนเริ่มกลับบ้าน ความหนาวเย็นเริ่มปกคลุมอีกครั้ง กลิ่นอาหารเนปาลี หอมน่าทานมากครับ แป้งโรตีหนานุ่ม แกงกะหรี่ ไก่ ดาล(แกงถั่งเหลือง) รออยู่แล้ว ผมทานจนพุงกางเลยครับ ก็เข้าทำนอง หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ก็เลยขอตัวทุกคนเข้านอน

วันที่ห้า วันสุดท้าย

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เราไปถึงสนามบินประมาณ 09.00เช้า เครื่องบินเราออกจากเนปาลประมาณ 10.30น. ขั้นตอนการเช็คอิน และตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ค่อนข้างช้า เพราะฉะนั้น ก็เป็นบทเรียนที่ดีว่าคราวหน้าถ้ามาเนปาลให้มาล่วงหน้าสัก สามชั่วโมง ไม่เช่นนั้นคุณก็จะลุ้น ระทึกว่าจะได้กลับเมืองไทยไหมหนอ

สุดท้ายก็ได้เวลา บ๊ายบายเนปาล

นี่แหละครับช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผมไปเที่ยวและก็มาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ คงจะชอบนะครับ เอาไว้เขียนมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ เจอกัน มื้อหน้าเด้อ!!!

ละอ่อนกรุงเทพ


Good Bye

<< previous | 1 | 2 | 3 | 4 | ตอนนี้อยู่ที่หน้าสุดท้าย

แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ตัวหนา ตัวเอน ขีคเส้นใต้ กึ่งกลางหน้า Insert Hyperlink Insert Quote Insert List Insert Email

ชื่อคุณ [HTML EDITOR]

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

  ความเห็นที่ 3
น่าจามีรูปมากๆๆๆๆๆก่านี้

   
.........................................
บี๋    วันที่ 2008-06-15 14:55:40


  ความเห็นที่ 2
...อยากไปนะแต่ไม่มีตังค์    
.........................................
niskorn    วันที่ 2008-04-10 19:27:34


  ความเห็นที่ 1
...อยากไปเที่ยวเนปาลจัง ทริบที่ว่านี้ราคาเท่าใด บริษัทไหนคะ

   
.........................................
กอปรภรณ์    วันที่ 2007-06-29 13:39:35


[Top]

                                 
เกมส์ | News |สภากาแฟ | Web Directory |Web Collection | ติดต่อลงโฆษณา
FreeBoard | HOME VIDEO |เพลงออนไลน์ |เฮฮาคาเฟ่ | เกมออนไลน์ |Spy Diary |สภาโต้วาที|Snoop Album| 144 users online
Web contact : webmaster^0^
©Copyright 2008: Bangkokcity.com : All Rights Reserved